สรุปเกียวโตอนิเมชั่น – อาชญากรรมครั้งใหญ่สุดของญี่ปุ่นในรอบ 20 ปี

ชอบใจก็แชร์ก็ไลค์กันไป

#PrayForKyoAni

เมื่อวันพฤหัสของสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์อันน่าสลด เมื่อมีคนทำการวางเพลิงสตูดิโออนิเมชื่อดัง “เกียวโตอนิเมชั่น” หรือที่รู้จักกันดีในนามของเกียวอนิ ซึ่งเป็นสตูดิโออนิเมชั่นระดับแถวหน้าที่สร้างผลงานยิ่งใหญ่เอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น “เคอง” “ฮารุฮิ” “ลักกี้สตาร์” “ฟรี!” “จูนิเบียว” “ทามาโกะมาร์เก็ต” ฯลฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 34 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวอายุ 20-30 ปีเท่านั้น นี่ถือเป็นการก่ออาชญากรรมครั้งใหญ่ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดของญี่ปุ่นในรอบ 20 ปี หรือเยอะที่สุดตั้งแต่ยุคเฮย์เซย์จนถึงเรย์วะ และเป็นเหตุวางเพลิงที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

สำหรับผู้ก่อเหตุได้รับการเปิดเผยออกมาภายหลังคือนาย อาโอบะ ชินจิ อายุ 41 ปี ใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิงเทลงพื้นก่อนจุดไฟเผาทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ซึ่งตัวนายอาโอบะเองก็ถูกไฟคลอกและกำลังอยู่ในการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลที่โอซาก้าทำให้ยังไม่สามารถให้การอะไรได้มากนัก แต่เหตุจูงใจนั้น มาจากการที่นายอาโอบะกล่าวหาว่าทางเกียวโตอนิเมชั่นลอกผลงานนิยายของเขาไป ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงนั้นยังคงต้องรอการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ต่อไป

และในช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมา (20 ก.ค.) ทางประธานของเกียวอนิ คุณฮัตตะ ฮิเดอากิก็ได้แถลงว่า จะทุบตึกที่ไฟไหม้ทิ้งและสร้างเป็นสวนสาธารณะซึ่งจะมีอนุสรณ์สถานตั้งอยู่ในสวนนั้นด้วย นอกจากนี้ยังพูดเสริมด้วย “เมื่อผมพิจารณาถึงทีมงานและผู้คนที่อาศัยในละแวกนี้ คงไม่มีใครอยากจะเห็นภาพทิวทัศน์ที่น่าสยดสยอง” ซึ่งแน่นอนว่าท่านประธานจะเป็นเจ้าภาพในการรำลึกถึงเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายด้วย

ส่วนทางด้านการระบุศพผู้เสียชีวิต ทาง NHK ระบุว่า ทางตำรวจคงต้องใช้เวลาตรวจสอบดีเอ็นเอราวหนึ่งสัปดาห์จึงจะสรุปได้ ที่แน่ๆคือทางเกาหลีใต้ออกมาประกาศว่า หนึ่งในผู้เคราะห์ร้ายเป็นชาวเกาหลีใต้ครับ

เหตุไฟไหม้ที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อวงการอนิเมชั่นญี่ปุ่นอย่างรุนแรง เพราะเกียวอนิถือเป็นสตูดิโอชั้นนำที่มีผลงานออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง และไฟไหม้ครั้งนี้ก็ได้ทำลายต้นฉบับและข้อมูลในคอมพิวเตอร์ที่เก็บไว้ในสตูดิโอไปจนหมด รวมถึงบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีคุณค่าอีกเป็นจำนวนมาก เพราะสตูดิโอแห่งนี้นอกจากงานที่มีคุณภาพแล้ว ยังถือเป็นสตูดิโออนิเมที่ให้ค่าตอบแทนแก่พนักงานอย่างเป็นธรรมที่สุดแห่งหนึ่ง และยังมีส่วนสร้างงานในท้องถิ่นเนื่องจากยังคงปักหลักสร้างออฟฟิศอยู่ในเกียวโตแทนที่จะย้ายไปโตเกียวเหมือนสตูดิโออื่นๆ นี่จึงเป็นความสูญเสียที่น่าเศร้า และหวังว่าเกียวอนิจะสามารถผ่านสถานการณ์เลวร้ายที่สุดในครั้งนี้และกลับคืนสู่วงการได้ในเร็ววัน

สำหรับใครที่มีกำลังทรัพย์ สามารถบริจาคได้ที่นี่ครับ > https://www.gofundme.com/help-kyoani-heal ตอนนี้ยอดขึ้นสูงเป็น 1.9 ล้านดอลลาร์แล้ว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *