[Review game] Vampyr – ไม่สปอยล์!

ชอบใจก็แชร์ก็ไลค์กันไป

คุณอาจดูหนังแวมไพร์มาแล้ว อาจอ่านการ์ตูนหรือนิยายเกี่ยวกับแวมไพร์มาบ้าง แต่เกมที่จะทำให้คุณได้สวมบทบาทแวมไพร์ล่ะ? ที่ผ่านมามีแค่ Vampire: The Masquerade – Bloodlines เท่านั้นล่ะมั้งที่แฟนเกมพูดถึงกันอยู่บ่อยๆ แต่ในปี 2018 นี้ ในที่สุดก็มีเกมเกี่ยวกับแวมไพร์ออกมาอีกเกมแล้ว นั่นคือ Vampyr (อ่านว่า “แวมเพียร์” เป็นภาษาเดนิชน่ะ) จากผู้สร้าง Life is Strange นั่นเอง! ผู้เขียนนั้นเล่นจบมา 2 รอบแล้ว เพราะต้องการจะดูผลลัพธ์ของตัวเลือกที่แตกต่างกัน นี่จึงเป็นการแนะนำเผื่อใครสนใจ

ในเกมนี้ คุณรับบทเป็นโจนาธาน รี้ด หมอ-ทหารผู้กลับมาจากสนามรบในฝรั่งเศส ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ทว่าเมื่อกลับมาถึงลอนดอนบ้านเกิดไม่ทันไร กลับถูกสิ่งมีชีวิตยามรัตติกาลดูดเลือดและฟื้นขึ้นมาเป็นแวมไพร์ ด้วยโศกนาฏกรรมที่ทำให้เขาไม่มีวันจะได้เห็นดวงตะวันตลอดกาล โจนาธานจึงออกค้นหาผู้สร้างของเขาเพื่อจะค้นหาคำตอบ ทว่าในลอนดอนตอนนี้กำลังตกอยู่ในภัยคุกคามใหญ่หลวง โรคระบาด “ไข้หวัดใหญ่สเปน” ได้แพร่กระจายไปทั่ว ไม่ใช่แค่โจนาธานเท่านั้นที่เป็นปีศาจกระหายเลือด แต่ยังมีพวกแวมไพร์ชั้นต่ำและกลุ่มนักล่าแวมไพร์ตามท้องถนนด้วย!

โจนาธานเป็นทั้งทหารและหมอรักษาคน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นแวมไพรด้วย

แน่นอนว่าในเมื่อเป็นเกม RPG (Role-playing game หรือเกมสวมบทบาท) จึงมีระบบ EXP (ค่าประสบการณ์) มีศัตรูให้สู้เพื่อเก็บเลเวล มีการอัพเกรดสกิลเพื่อให้ต่อสู้แข็งแกร่งขึ้น มีการอัพเกรดอาวุธผ่านระบบคราฟท์ของ มีการทำไซด์เควสท์เพื่อเพิ่มค่า EXP เพิ่มเติมด้วย แต่ไม่ครับ! เกมนี้ไม่ใช่เกม RPG ธรรมดา เพราะมันจะทำให้คุณทั้งรักทั้งเกลียดกันเลยทีเดียว! เป้าหมายของโจนาธานคือการค้นหาผู้ที่สร้างเขาขึ้นมา และหยุดยั้งโรคระบาดให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป แต่หนทางที่คุณจะพาไปสู่เป้าหมายนั้น ไม่ได้มีอยู่เพียงแค่หนึ่งเดียวเหมือนเกม RPG จากฝั่งญี่ปุ่น

เกมนี้เวลาจะอัพเลเวลหรือสกิล จะต้องเข้านอนครับ เมื่อเข้านอนแล้วตื่นขึ้นมาอีกคืนหนึ่ง คุณจะเก่งขึ้น แต่จะมีผลลัพธ์ตามมาก็คือ ผู้คนจะป่วย! ครับ! เกมนี้โรคระบาดแพร่กระจายได้เร็วมาก ยิ่งคุณเข้านอนบ่อย NPC ในเกมก็จะป่วย อาการป่วยนั้นจะมี 3 ระยะ เมื่อถึงระยะสุดท้ายก็จะตาย ใช่ครับ… เกมนี้ NPC ตายได้ เมื่อ NPC ตาย คุณภาพของชุมชนก็จะดร็อปลง และเมื่อดร็อปลงถึงขั้น Hostile ซึ่งหมายถึงวิบัติโดยแท้ ผู้คนทั้งชุมชนจะตาย ไม่มีประชาชนออกมาเดินอีกต่อไป มีแต่ภูตผีปีศาจอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง สภาพของที่อยู่อาศัยจะเปลี่ยนเป็นเกม Silent Hill หรือ Resident Evil ในบัดดล!

NPC ป่วยได้ถ้าเราเข้านอน เมื่อป่วยก็ต้องปรุงยารักษาก่อนอาการจะลุกลาม
คุณภาพของชาวเมืองมีหลายระดับ จะทำให้ดีสุดหรือตกต่ำสุดขึ้นอยู่กับคนเล่น

อ้าว ในเมื่อการอัพเกรดต้องเข้านอน แต่เข้านอนบ่อยๆ NPC ก็จะป่วย ถ้างั้นต้องทำยังไงล่ะ? คุณมีอยู่สองทางครับ

1) ไล่ทำเควสท์ของ NPC และสู้กับศัตรูตามทางไปเรื่อยๆ เมื่อ NPC ป่วยก็ปรุงยาไปรักษาเรื่อยๆ คุณจะได้ค่า EXP มาเล็กๆน้อยๆ แต่อย่าเพิ่งเข้านอนเพื่ออัพเกรด ให้สะสมมันไปเรื่อยๆ เล่นตามเนื้อเรื่องหรือเคลียร์เควสท์ไปเรื่อยๆก็แล้วแต่

เกมนี้อิสระเล็กน้อยครับ ส่วนใหญ่จะให้คนเล่นวิ่งไปตามหา NPC ได้ตั้งแต่ Chapter 2 เป็นต้นไป ซึ่งก็คือตอนต้นๆเกมนั่นแหละครับ ระหว่างที่วิ่งไปเรื่อยๆ พยายามรวบรวมของที่จะเอามาใช้คราฟท์อาวุธให้โจมตีแรงขึ้นเพื่อทดแทนการที่ไม่ได้อัพเลเวล ศัตรูในไซด์เควสท์ตัวไหนยากไปก็ข้ามไปก่อน (พอตายมันจะพาเรามาฟื้นตรงจุด autosave ดังนั้นจะเลือกหันหลังให้เควสท์หรือบอสก่อนก็ได้ถ้าสู้ไม่ไหว) พอรวบรวม EXP ได้สัก 4,000 หรือ 5,000 ก็ค่อยเข้านอนแล้วอัพเกรดในทีเดียวไปเลย

สู้กับศัตรูก็ได้ EXP แต่น้อยหน่อย

2) ดูดเลือด NPC ชาวเมือง! เชื่อหรือไม่ว่า NPC ชาวเมืองมีค่า EXP มากกว่าศัตรู และเมื่อคุณดูดเลือด คุณจะได้ EXP ชุดใหญ่มาอย่างง่ายดาย! ใช่แล้ว เกมนี้เปิดโอกาสให้คุณได้เป็นปีศาจกระหายเลือดอย่างเต็มที่ อาจหยิบอาวุธออกมาเชือดชาวบ้านไม่ได้เหมือนอย่าง Skyrim แต่คุณสามารถดูดเลือด NPC ชาวเมืองจนกระทั่งเกลี้ยงเมือง!

NPC ชาวเมืองตัวนี้ให้ตั้ง 3,000 ในการดูดครั้งเดียว! แต่ต้องหา hint (เงื่อนงำ) ให้ครบแบบตามรูป และระวังตรง Social circle ด้วย

แต่ช้าก่อน! เมื่อเจอชาวบ้านปุ๊บ อย่าเพิ่งดูดเลือดเลย เพราะ NPC ชาวเมืองส่วนใหญ่จะ “เงื่อนงำ (hint)” แอบซ่อนอยู่ ค่า EXP จึงได้น้อย ดังนั้นคุณจะต้องเข้าไปพูดคุย ค้นหา “เงื่อนงำ (hint)” ตามที่ต่างๆ อย่างเช่น การไปคุยกับ NPC ที่มีสัมพันธ์กัน หรือการวิ่งไปหาจดหมาย หรือกล่องอะไรสักอย่างที่เกี่ยวพันกับ NPC ตัวนั้น

เกมมีระบบให้คุณลอบติดตาม NPC ที่หาเงื่อนงำไม่เจอสักที เมื่อตามดูพฤติกรรมไปเรื่อยๆ บางทีจะมีเปิดเผยเรื่องราวของตัวเองออกมา ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อหาของเจอหรือค้นพบเงื่อนงำเพิ่มแล้วมาพูดคุยด้วย บางครั้งคุณต้องเลือกคำพูดให้ถูกอีก มันจึงจะปลดล็อก “เงื่อนงำ (hint)” จนทำให้ NPC มีคุณภาพเลือดที่สูงสุดยอด คนๆหนึ่งสามารถให้ EXP ได้ตั้งแต่ 1,000 จนถึง 3,000-4,000!! ตอนที่เล่นรอบสอง ผู้เขียนดูดเลือดเกือบจะทุกคนจะมี EXP อยู่ที่ 40,000 กว่าๆหรือเกือบร่วมแสนเลยก็ว่าได้ เรียกว่าพออัพเกรดทีนึงนี่ เก่งสุดยอดไปเลย ศัตรูตามท้องถนนหรือแม้กระทั่งบอสส่วนใหญ่กลายเป็นกระจอกซะงั้น!

ตัวละครบางตัว คุณสามารถตามดูเงื่อนงำได้
อะฮ่า! เมื่อตามดูก็จะรู้ว่า NPC ซ่อนอะไรไว้อยู่

แต่ช้าก่อนอีกเหมือนกัน! การจะดูดเลือด NPC ได้ คุณต้องสามารถสะกดจิตคนๆนั้นได้ก่อน แต่ละคนจะมีค่านี้แตกต่างกัน เช่น นาย A มีค่าสะกดจิตหรือ Memorize อยู่ที่ 1 แต่นางสาว B มีค่านี้อยู่ที่ 2 นาย C มีค่านี้อยู่ที่ 5 อะไรแบบนี้เป็นต้น ค่า Memorize จะอัพเกรดจากการดำเนินเรื่องเท่านั้น แปลว่าถ้าคุณจะดูดเลือดคนตั้งแต่ต้นเกม คุณต้องเลือกคนที่มีค่า Memorize ต่ำๆ

แต่ช้าก่อนอีกแล้ว! เกมนี้ NPC มีความสัมพันธ์กัน ถ้าคุณดูดเลือดแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ จะส่งผลต่อ NPC อีกตัวหนึ่ง อาทิเช่น ในโรงพยาบาลที่โจนาธานทำงาน มีคนไข้อยู่สองคน คนไข้สาวเชื่อว่าตัวเองเป็นแวมไพร์และเชื่อว่ากำลังถูกใครสักคนจับตามอง (กลายเป็นไซด์เควสท์ให้คุณต้องไปตามดูว่าใครสะกดรอยคนไข้) อีกคนเป็นคนไข้ชายที่บาดเจ็บสาหัสจนอัปลักษณ์ ในตอนต้นเกม คุณจะสามารถดูดเลือดคนไข้ชายได้ก่อนเพราะมีค่า Memorize อยู่ที่ 1 แต่คนไข้สาวนั้นมีค่า Memorize อยู่ที่ 2 ถ้าคุณดูดเลือดคนไข้ชายก่อนที่จะเคลียร์ไซด์เควสท์ของคนไข้สาว คนไข้สาวจะถูกพวกนักล่าจับตัวไปเพราะเชื่อว่าเธอเป็นคนทำ ดังนั้นคุณจะต้องวิ่งไปช่วยเธอ (แล้วค่อยมาดูดเลือดทีหลังตอนที่ได้ค่า Memorize เลเวล 2 มา) แต่ถ้าคุณไม่ดูดเลือดใครก่อนจนกว่าจะเคลียร์ไซด์เควสท์ของคนไข้สาวได้ เหตุการณ์นี้ก็จะไม่เกิดขึ้น

ไม่เพียงเท่านั้น ถ้าคุณดูดเลือดถี่มากเกินไปและเข้านอนเพื่ออัพเกรด คุณภาพเมืองจะตกลง และเมื่อตกถึงระดับ Hostile… นั่นแปลว่าชุมชนทั้งชุมชนจะล่มสลายกลายเป็นที่อยู่ของสัตว์ประหลาดไป และตัวละครบางตัวจะเป็นพ่อค้าขายของให้คุณ ดังนั้นก่อนจะดูดเลือด NPC กรุณาคิดให้ดีก่อนว่าช่วงไหนควรดูดหรือไม่ควรดูด

เมื่อตัว NPC ตายเกลี้ยงยกเมือง! บุฮ่าๆๆๆๆๆ!! (ไม่สปอยล์เฟ้ย!!)

ยังมีอีก! บอสสุดท้ายของเกมจะมีเลเวลตามการดูดเลือด NPC ของคุณ ถ้าคุณดูดเลือด NPC มาก เลเวลของบอสสุดท้ายในเกมก็จะสูงตามไปด้วย! (แต่ไม่ยากหรอก ตอนนั้นคุณก็ได้สกิลเจ๋งๆ หรือวัตถุดิบเจ๋งๆที่จะเอามาใช้คราฟท์อาวุธและปรุงยาเพียบ) ตอนเล่นรอบแรก ผู้เขียนเล่นแบบไม่ดูดเลือดใคร บอสตัวสุดท้ายจึงเลเวลต่ำกว่ารองบอสซะอีก! (แต่ก็สู้ยากนิดหน่อย เพราะผู้เขียนไม่มีสกิลเจ๋งๆให้ใช้เยอะ)

เมื่อคุณดูดเลือด NPC ไม่ใช่แค่จะได้รับค่า EXP ขนาดใหญ่ แต่คุณจะได้อาวุธที่ไม่มีปรากฏอยู่ในเกมตามปกติ เช่น ปืนพักแบบออโต้เมติก รู้สึกว่าจะได้มาจากการดูดเลือด NPC คนหนึ่งเท่านั้น!

และช้าก่อนอีกแล้ว! เกมนี้มีตอนจบ 4 แบบครับ ถ้าคุณไม่ดูดเลือดใครเลยตลอดทั้งเกม (ยกเว้นพวกนักล่าแวมไพร์ที่เกมไม่นับว่าเป็นตัวแปรด้านศีลธรรม) รวมถึงในตัวเลือกของเควสท์หลักด้วย คุณจะได้ตอนจบที่ “แฮปปี้” ที่สุดของเกม แต่ถ้าคุณดูดเลือดใครสักคนในเควสท์หลัก… คุณจะพลาดตอนจบที่แฮปปี้ที่สุดไป และถ้าคุณดูดเลือดให้เกลี้ยงไม่มีเหลือ ทั้ง NPC ชาวเมืองและตัวละครในเควสท์หลัก คุณจะได้ตอนจบที่ดาร์กที่สุดมา

เกมนี้ต้องการให้คนเล่นรู้สึกรับผิดชอบต่อการกระทำครับ เขาอยากให้คุณตัดสินใจว่า อยากเก่งขึ้นโดยต้องแลกกับการฆ่าผู้คนแล้วทำให้คุณภาพชีวิตของชุมชนย่ำแย่ หรือยอมไม่เก่งแต่คุณภาพชีวิตของชุมชนดีขึ้น จิตใจก็สะอาดสะอ้านตั้งแต่ต้นจนจบ คุณจะเป็นปีศาจกระหายเลือด หรือเป็นหมอ หรือเป็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวคุณเองนี่แหละครับ

นอกจากนั้น เกมนี้ยังมีเนื้อเรื่องที่น่าสนใจด้วย ใครที่ชอบเกม RPG ที่รู้สึกว่าได้ “สวมบทบาท” ตามคำแปลตรงตัวจริงๆ ไม่ใช่แค่เดินเกมเลเวลอย่างเดียว นี่คือเกมที่ควรจะต้องลองครับ!

ระวังให้ดี ตัวเลือกในเควสท์หลักแบบนี้มีผลต่อฉากจบ!
โจนาธานเวอร์ชั่นที่ไม่ดูดเลือดคน
โจนาธานเวอร์ชั่นดูดแหลก

คะแนน: 7.5/10

แง่บวก: ระบบ RPG ค่อนข้างน่าสนใจ/เนื้อเรื่องค่อนข้างดี/ดูดเลือดคนแล้วจะได้ยินเสียงความคิดครั้งสุดท้าย ทำให้รู้สึกบาป

แง่ลบ: ระบบการต่อสู้ไม่ได้ดีมากนัก/ไซด์เควสท์มีเนื้อหาไม่น่าสนใจ/NPC ชาวเมืองส่วนใหญ่น่าเบื่อ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *