บทความพิเศษ: ทิศทางของอนิเมฉายโรงในไทย

ชอบใจก็แชร์ก็ไลค์กันไป

ถ้าเกิดเป็นเมื่อ 3 ปีก่อน หลายๆ คนอาจจะไม่เชื่อว่า วันนี้เราจะได้ดูมาชินก้า Z ในโรงภาพยนตร์ แถมยังเป็นโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ไม่ได้ฉายจำกัดโรงจำกัดรอบแบบสมัยก่อน ซึ่งต้องยอมรับว่า การที่หนังญี่ปุ่นโดยเฉพาะอนิเมรวมถึงภาพยนตร์ที่สร้างจากการ์ตูนทยอยฉายโรงเรื่อยๆ แบบทุกวันนี้นั้นเป็นเรื่องที่เกินคาดจริงๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดอนิเมลิขสิทธิ์หดตัวลงจนแทบจะไม่มีใครซื้ออนิเมซีรี่ส์ใหม่ๆ เข้ามาฉายเลย

จริงๆ ก็อย่างที่หลายๆ คนทราบแหละครับ ตลาดภาพยนตร์ญี่ปุ่นในโรงภาพยนตร์บ้านเรานั้นมีมานานแล้ว แม้จะไม่ค่อยคึกคักแต่ก็มีหลงเข้ามาให้ดูกันเรื่อยๆ ยกเว้นขาประจำอย่างโดราเอม่อนและโคนันที่มีแฟนๆ รอชมกันอย่างเหนียวแน่น แต่ความสำเร็จของ Your Name ในช่วงปลายปี 2559 นั้นทำให้หลายๆ คนเริ่มหันมามองตลาดภาพยนตร์ญี่ปุ่นกันอีกครั้งหนึ่ง เพราะเราก็พูดกันตามตรงครับว่าตลาดภาพยนตร์ฮอลลีวูดนั้นอยู่ในสภาวะผูกขาดตามค่ายหนังจนไม่มีที่ว่างให้ผู้เล่นใหม่ แทรกเข้ามาในตลาดแล้ว แต่สำหรับหนังญี่ปุ่นนั่นไม่ใช่ ยังมีหนังญี่ปุ่นอีกมากที่น่าสนใจและถูกมองข้าม โดยเฉพาะตลาดอนิเมที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มก็เริ่มมีคนสนใจกันมากขึ้น

ผลที่ตามมาก็คือ ปี 2560 กลายเป็นปีทองของหนังญี่ปุ่น อนิเมญี่ปุ่น รวมไปถึงหนังที่ดัดแปลงจากการ์ตูน จากเดิมที่มีให้ชมกันเดือนละเรื่องก็ถือว่าหรูแล้ว แต่นี่บางสัปดาห์มีเข้าชนกันถึงสองเรื่อง สับรางกันไม่ถูกเลยก็มี ซึ่งดูเผินๆ ก็เหมือนวงการภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่นกำลังคึกคักดีทีเดียว แต่ถ้ามองลึกเข้าไปทีละเรื่อง มันอาจจะไม่สวยหรูนักก็ได้นะครับ เพราะแว่วๆ มาว่า หนังญี่ปุ่นที่ฉายในบ้านเราในปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่นั้นแทบจะไม่ประสบความสำเร็จทางรายได้เลย จะมีก็แต่เพียงหนังที่มีฐานแฟนๆ ที่เหนียวแน่นอย่าง SAO และเรื่องอื่นๆ อีก 2-3 เรื่องในปีที่ผ่านมาที่ทำรายได้พอคุ้มทุนหน่อย หนำซ้ำหนังอนิเมบางเรื่องจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า หลังจากฉายโรงไปแล้วจะมีแผ่นออกวางจำหน่ายหรือไม่

ซึ่งก็ต้องยอมรับครับว่า ตลาดหนังญี่ปุ่นเมื่อปีที่ผ่านมา มันเหมือนการลองผิดลองถูกกันจริงๆ ทุกค่ายอยากเห็นหนังทำเงินในระดับ 50 ล้านเหมือน Your Name แต่ตอนที่ Your Name เข้าฉายนั้น มันมีปัจจัยเกื้อหนุนหลายๆ อย่าง และกระแสปากต่อปากที่ทำให้หนังไปไกลขนาดนั้น ในขณะที่ปี 2560 เราต้องตัดสินว่าจะดูหนังในโรงกันหรือไม่ในเวลาแค่ 4 วันเท่านั้น คือตั้งแต่หนังเข้าฉายวันพฤหัส จนถึงวันอาทิตย์ เพราะหนังจากนั่นหนังอาจจะถูกลดรอบฉาย หรือถูกถอดออกจากโรงในเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์เท่านั้น บางคนกว่าจะเริ่มรู้สึกว่า อยากจะดูหนังขึ้นมา ก็โดนถอดออกจากโปรแกรมไปเรียบร้อยโรงเรียนจินฮงแล้ว และต้องมาลุ้นกันต่ออีกว่า จะออกแผ่นดีวีดีให้ได้เก็บกันหรือเปล่า บางเรื่องถ้าค่ายใหญ่หน่อยก็อาจมีบลูเรย์ให้ได้ลุ้น แต่ค่ายเล็กๆ นี่อาจจะต้องรอตอนกลับมาฉายทีวีกันเลยทีเดียว

อีกประการหนึ่งที่กลายเป็นความเสี่ยง ก็คือกว่าที่หนังบางเรื่องจะฝ่าฟันกระบวนการต่างๆ จนได้ฉายนั้นกินเวลานานมาก (หลายๆ คนอาจจะมองเทียบกับหนังฮอลลีวูด..อันนั้นการซื้อลิขสิทธิ์กับการจัดการคนละอย่างกับหนังญี่ปุ่นครับ ฐานผู้บริโภคต่างกัน แถมตลาดหนังฮอลลีวูดสายหลักบ้านเราน่ะแข็งแกร่งขนาดได้สิทธิฉายก่อนอเมริกา 1 วันด้วย ถึงจะไม่ใช่ตลาดใหญ่อย่างจีนหรือญี่ปุ่นแต่ก็นับว่าธุรกิจโรงภาพยนตร์บ้านเราแข็งแกร่งสุดในภูมิภาคนี้แล้วล่ะ) นานเสียจนบางเรื่องโดนไปทำซับไทยลง YouTube กันอย่างคึกคัก ยอดวิวเป็นแสน แต่เหลือคนไปดูในโรงกันแค่หลักพัน..หลักพันจริงๆ นะครับ เพราะถ้าคนไปดูโรงสักครึ่งหนึ่งของโหลดดูละก็ ตัวเลขสิบล้านนี่ต้องมีติด Box Office ประเทศไทยกันบ้างล่ะ แต่นี่แค่ล้านเดียวยังลุ้นกันยากเลย

อย่างไรก็ตาม ปีนี้ก็ยังมีหนังญี่ปุ่นทยอยเข้าฉายกันอยู่พอสมควรนะครับ แม้อาจจะไม่คึกคักเท่าปีก่อน แถมบางเรื่องอย่าง FMA ยังหนีไปลง Netflix อีก ดังนั้นหากใครคิดอยากจะดูเรื่องไหนก็ขอแนะนำให้รีบจองตั๋วกันแต่เนิ่นๆ เลย เพราะนอกจากจะไม่อดดูกันแล้ว การที่มีคนดูในช่วง 4 วันแรกๆ มากๆ นี่ยังทำให้ทางโรงภาพยนตร์ตัดสินใจฉายหนังเรื่องนั้นต่อไปในสัปดาห์ที่ 2 ด้วย ซึ่งจะช่วยให้คนที่พลาดชมกันในสัปดาห์แรกได้ชมกัน แถมยังเพิ่มโอกาสในการฉายโรงต่างจังหวัดด้วย แม้กระทั่งการเพิ่มโอกาสการทำพากย์ไทย ซึ่งหลายๆ คนอาจจะไม่ทราบว่า การมีพากย์ไทยนั้น มีผลมากเลยนะครับกับการทำตลาดบ้านเรา เพราะโรงหนังหลายๆ แห่งโดยเฉพาะในต่างจังหวัดนี่พอไม่มีพากย์ไทยถึงกับไม่กล้าเอาหนังมาฉายเลย ผมก็เพิ่งได้ยินมาจากคุณน้านักสะสมสูงวัยท่านหนึ่งในต่างจังหวัดว่า ตอนแรกโรงแถวบ้านก็มีโปรแกรมจะฉายมาชินก้าแซด แต่พอไม่มีพากย์ไทยก็ไม่เอามาฉายเลย แม้ว่าหลายๆ คนจะรู้สึกว่าการดูหนังซาวด์แทรกในยุคนี้เหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่ในตลาดใหญ่จริงๆแล้วหนังพากย์ไทยก็ยังคงเป็นกลุ่มที่มองข้ามไม่ได้ (เช่นเดียวกับที่หลายๆ คนอาจคาดไม่ถึงว่า ตอนนี้ก็ยังมีคนต้องการซื้อวีซีดีอยู่นั่นแหละครับ..)

สำหรับโปแกรมหนังอนิเมช่วงนี้ที่ผมไม่อยากให้พลาดกันก็มีดังนี้ครับ

• โปเกมอน เดอะมูฟวี่ ตอน ฉันเลือกนาย! (เข้าฉาย 8 มีนาคม) เป็นโปเกม่อนที่นำเสนอเรื่องราวมิตรภาพของซาโตชิและพิคาชูอย่างชัดเจน เนื่องจากเริ่มเรื่องใหม่หมด จึงดูเข้าใจง่ายแม้ไม่รู้จักโปเกม่อนมาก่อน

คลิ๊กรูปเพื่อขยาย

• Mazinger Z Infinity สงครามหุ่นเหล็กพิฆาต (เข้าฉาย 15 มีนาคม) น่าจะเป็นครั้งแรกเลยมั้งที่จะได้ดูหุ่นเหล็กมาชินก้าในโรงภาพยนตร์

คลิ๊กรูปเพื่อขยาย

• โดราเอม่อน เดอะมูฟวี่ คาชิ-โคชิ การผจญภัยขั้วโลกใต้ของโนบิตะ (เข้าฉาย 29 มีนาคม) ภาคนี้ที่ญี่ปุ่นทำเงินสูงมากเลยนะครับ และเป็นเนื้อเรื่องออริจินอลในแบบที่หลายๆ คนคาดไม่ถึงด้วย

• Free! Take Your Marks (เข้าฉาย 10 พฤษภาคม) เลื่อนฉายจากเดินเดือนเมษาไปต้อนรับเปิดเทอมแทน แต่ดีแล้วครับ สงกรานต์นี่คงไปดูหนังกันลำบาก แถมอีกสองอาทิตย์เจออเวนเจอร์ยึดโรงอีก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *