อนิเมใน Netflix ที่อยากอวย (ถึงกุมภาฯ 2018)

ชอบใจก็แชร์ก็ไลค์กันไป

ท้ายปี 2017 จนถึงต้นปี 2018 ทาง Netflix มีเพิ่มอนิเมใหม่ๆน่าสนใจเข้ามามากมาย หลายเรื่องดังซะจนไม่รู้จะดังยังไง (เอ๊ะ มันแปลว่าอะไรน่ะ) ทางแอดมินเองก็มีเรื่องที่อยากอวยเป็นการส่วนตัว รวมถึงอยากจะแนะนำกันด้วย ดังนั้น มาดูกันเลยดีกว่า อนิเมที่แอดมินเซนชูอยากจะแนะนำ! (เอ้อ …Netflix นี่ต้องจ่ายรายเดือนนะจ้ะ แต่คุ้ม! ไม่ได้สตางค์ค่าโฆษณาด้วยเอ้า!)

⇒ แนะนำเพราะหน้าที่ (แต่ไม่ใช่ Call of Duty)

♦ Sword Art Online – ซีรีส์ซีซั่นแรก 25 ตอน / ซีรีส์ซีซั่นสอง 24 ตอน  

ถามจริง ใครยังไม่รู้จักซอร์ดอาร์ทออนไลน์กันบ้างเนี่ย? หา ไม่รู้จัก งั้นไปอ่านตามลิงค์นี่ด่วนเลย!  >>> Sword Art Online เล่ม 1

♦ Dungeon ni Deai wo Motomeru no wa Machigatteiru Darou ka (มันผิดรึไงถ้าใจอยากจะพบรักในดันเจี้ยน) – ซีรีส์ซีซั่นแรก 13 ตอน 

ชื่อย่อคือ “ดันมาจิ” อนิเมแนวบุกดันเจี้ยนที่พระเอกไม่ได้เก่งเทพ แต่ค่อยๆเก่งขึ้นเรื่อยๆ เรื่องนี้มีประกาศจะทำหนังโรงและซีซั่น 2 เรียบร้อย แถมไลท์โนเวลตั้งแต่เล่ม 6 เป็นต้นไป เนื้อเรื่องก็ยิ่งจะเจ๋งขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ใครยังไม่เคยดู รีบดูโดยบัดดล แต่จะให้ดีก็อ่านไลท์โนเวลด้วย เพราะมันละเอียดกว่าเยอะ!! คลิ๊กตามลิงค์นี้ได้เลย >>> “ดันมาจิ เล่ม 1” 

⇒ แนะนำเพราะอยากให้รู้จัก

♦ Little Witch Academia – หนังภาคแรก 26 นาที / หนังภาคสอง 53 นาที / ซีรีส์ 25 ตอน

สนุกโดยไม่ต้องเซอร์วิส! นี่คือหัวใจของอนิเมที่ห่างหายไปนานเพราะถูกกระแสนิยมกลืน มันเป็นเรื่องของเด็กสาวธรรมดาที่ต้องมาใช้ชีวิตในโรงเรียนเวทมนตร์ มันมีอารมณ์แบบการ์ตูน “ถึงจะอ่อนแต่ก็ฮึดสู้นะเฟ้ย” ซึ่งดูแล้วก็ได้แรงบันดาลใจดีแท้ การกำกับสนุก ผู้กำกับใส่อารมณ์มันๆตามสไตล์ก๊วนคนทำ Kill la Kill มาด้วยกัน ดังนั้นมันจึงมีอารมณ์แบบการ์ตูนผู้ชายๆผสมอยู่ด้วย ไม่อยากสปอยล์ แต่บางตอนนี่… เอ๋ ซูเปอร์โรบอทอย่างนั้นเหรอ!?

อนิเมเรื่องนี้มีสองเวอร์ชั่น เวอร์ชั่นแรกคือหนังความยาว 26 นาทีของปี 2013 ตามด้วยภาคต่อ Little Witch Academia: The Enchanted Parade ของปี 2015

ส่วนเวอร์ชั่นทีวีปี 2017 นั้นมีสองซีซั่น รวมแล้วมีทั้งหมด 25 ตอน ไม่เกี่ยวกับมูวีสองภาคข้างต้น สามารถเริ่มดูตัวทีวีซีรีส์ได้เลย แอดมินถึงขั้นกราบขอร้องแบบไม่ได้มีเอี่ยวกับผู้สร้าง …ได้โปรด ดูกันเถอะนะ!!

♦ Ushio & Tora (ล่าอสุรกาย) – ซีรีส์ 39 ตอน

Netflix เต็มไปด้วยการ์ตูนสายโชเน็นมากมาย ทั้ง Bleach, Gintama, Full Metal Alchemist, Sinbad, และอื่นๆ แต่ที่แอดมินแนะนำเรื่องนี้เพราะ… มันเจ๋ง! ล่าอสุรกายเป็นการ์ตูนแนวโชเน็นที่โผล่มาในช่วงยุคที่อุดมไปด้วยอนิเมจากไลท์โนเวลหรือเต็มไปด้วยสาวๆและฉากเซอร์วิสมากมาย มันมีอารมณ์ที่แตกต่างและอยากจะให้ทุกคนได้ดูกัน ตัวอนิเมเองก็ทำได้ดีด้วย

♦ Mob Psycho 100 (ม็อบไซโค 100 คนพลังจิต) – ซีรีส์ 12 ตอน

อนิเมสายโชเน็นอีกเรื่องที่บางคนได้เห็นเวอร์ชั่นหนังสือการ์ตูน (ของสยามอินเตอร์) ได้เห็นลายเส้นแล้วอยากโยนทิ้ง เพราะคนเขียนวาดได้ลายเส้นโย้เย้เหมือนเด็กหัดวาดมาก แต่เนื้อหาน่ะฮาเอาเรื่อง ดังนั้นอาจทำให้หลายคนมองข้ามของดีๆไป

ตัวอนิเมของ Mob Psycho 100 นั้นจัดเต็มร้อยสมชื่อ มันฮาชนิดที่แอดมินหัวเราะแทบข้าวพุ่ง (เพราะดูตอนกินข้าว) ฉากแอ็กชั่นก็เมามันมากถึงมากที่สุด หากใครชอบแนว One Punch Man (วันพันช์แมน) และมองข้ามอนิเมเรื่องนี้เพราะเพียงแค่ลายเส้นของเวอร์ชั่นหนังสือการ์ตูนไป… แนะนำเลย ดูเรื่องนี้เถอะ ไม่ผิดหวัง!!

♦ Erased / Boku dake ga Inai Machi (รีไววัล ย้อนอดีตไขปริศนา) – ซีรีส์ 12 ตอน

อนิเมสายย้อนเวลาค้นหาปริศนาในอดีตที่เชื่อมโยงกับปัจจุบัน ตัวเอกของเรื่องมีพลังที่เรียกว่า รีไววัล สามารถย้อนเวลาไปแก้ไขเหตุการณ์ในอดีตได้ และสิ่งที่พระเอกจำได้คือ ในอดีตนั้นมีเด็กสาวคนหนึ่ง “หายตัวไป” หรือก็คือ “ตาย” นั่นเอง ใครคือฆาตกรฆ่าเด็กสาว? แล้วมันเกี่ยวกับเรื่องราวในปัจจุบันอย่างไร?

หนังสือการ์ตูนเรื่องนี้เป็นของสยามอินเตอร์คอมิกส์ และบอกได้เลยว่า “ขายไม่ดี” แหงๆ เพราะมันไม่ใช่กระแสนิยมสำหรับคนไทย แต่ที่ญี่ปุ่นเรื่องนี้ขายดีมาก ไม่เพียงแค่ถูกดัดแปลงเป็นอนิเม แต่ยังดัดแปลงเป็นหนังคนแสดง และทีวีซีรีส์คนแสดง (ซึ่งก็ฉายใน Netflix) เหมือนกัน ใครชอบแนวลึกลับและต้องคอยดูเพื่อค้นหาความจริงไปเรื่อยๆ น่าจะชอบเรื่องนี้!

⇒ แนะนำสำหรับผู้ใหญ่ (แปลว่าเหมาะสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น)

♦ Devilman Crybaby – ซีรีส์ 10 ตอน

น่าเสียดายที่เรื่องนี้หลายคนอาจไม่คิดดูด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง มันคือเดวิลแมนฉบับปรับปรุงใหม่ ลายเส้นแนวๆจากผู้กำกับ Ping Pong The Animation ปัญหาสำคัญคือ ทัศนคติหลายๆด้าน อาทิ “ลายเส้นมันแนวไป!” , “การ์ตูนคนแก่ ไม่รู้จักเฟ้ย!” , “อะไรกัน โป๊และโหดไปแล้ว ไม่เห็นต้องติดเรทขนาดนี้เลย!” , “ได้ยินว่าจบ bad end นี่นา! ไม่ดูหรอก!” อะไรทำนองนี้

อ๊ะ โทษที ลืมเนื้อเรื่อง Devilman Crybaby เป็นเรื่องของฟุโด อากิระ เด็กหนุ่มจิตใจดีงามผู้ “ร้องไห้” อย่างง่ายๆ (สมชื่อ Crybaby) ต้องถูกปีศาจสุดแกร่งนาม “อาม่อน” เข้าสิง ทว่าถึงจะโดนปีศาจเข้าสิงจนกลายร่างได้ กระนั้นอากิระก็ยังคงความเป็นมนุษย์ได้ เขาจึงกลายเป็น “เดวิลแมน” ปีศาจที่มีหัวใจเป็นมนุษย์

คนรุ่นใหม่ไม่สนใจ คนรุ่นเก่าก็อาจรับไม่ได้กับหลายๆอย่าง

แต่ในความเห็นของแอดมิน ไม่เพียงแค่ Crybaby จะซื่อตรงต่อต้นฉบับของนางาอิ โก แต่ยังมีการดัดแปลงบางอย่างให้ดีขึ้น เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างสองตัวเอก ฟุโด อากิระ กับอาสึกะ เรียว มันอาจจะดูวาย (ยาโอย) ไปหน่อย แต่หากดูจนจบแล้วลองคิดทบทวนเนื้อหาทั้งหมดดู จะเข้าใจว่าทำไมมันถึงต้องจบเหมือนจะ bad end (หากให้ผมใบ้โดยไม่สปอยล์ก็คือ… เหมือนจะชนะแต่ก็ไม่ได้ชนะอะไรเลย… อะไรแบบนั้น)

♦ Gantz: O (กันสึ O) – หนัง 96 นาที

กันสึเป็นหนังสือการ์ตูนที่ค่อนข้างดังของสยามอินเตอร์คอมิกส์ เชื่อว่าคนไทยหลายคนก็คงรู้จัก Gatz: O คือมูวี CG คล้ายๆกับ Final Fantasy VII: Advent Children (ซึ่งมีฉายใน Netflix เหมือนกัน) ไม่แน่ใจว่าในไทยเคยเอาเข้าโรงหนังหรือเปล่า แต่บางคนอาจจะพลาดไปได้ ดังนั้นนี่คือโอกาสดีสำหรับสมาชิก Netflix ที่จะได้ดูหนังอนิเม CG สนุกๆเรื่องนี้

กันสึ O ดัดแปลงในช่วงโอซาก้าจากหนังสือการ์ตูน แล้วดัดแปลงอะไรหลายอย่าง ตัวเอกของเรื่องคือคาโต้ มาซารุ เขาเป็นเด็กนักเรียนมัธยมปลายผู้ต้องเสียชีวิตที่สถานีรถไฟใต้ดิน หลังจากถูกมีดแทง เขาก็ไปปรากฏอยู่ในห้องๆหนึ่งที่มีลูกกลมๆสีดำอยู่ตรงกลาง พร้อมกับคนกลุ่มหนึ่ง คาโต้ต้องร่วมมือกับคนในห้อง เล่นเกมเซอร์ไววัลกำจัดพวกมนุษย์ต่างดาวเพื่อเอาชีวิตรอด

แอดมินไม่ได้เป็นแฟนพันธุ์แท้กันสึร้อยเปอร์เซ็นต์ชนิดที่ท่องจำทุกอย่างได้ แต่เคยอ่านหนังสือการ์ตูนมาบ้าง เลยพอจะเข้าใจเนื้อหาในระดับหนึ่ง กระนั้นหนังก็พยายามจะทำให้คนที่ไม่รู้จักกันสึ สามารถดูได้โดยไม่ต้องหาหนังสือการ์ตูนมาอ่าน (ยกเว้นตอนจบที่อาจจะงงๆหน่อย)

ในความเห็นของแอดมิน นี่เป็นอนิเมชั่นที่สนุก ดูได้เพลินๆ มีฉากแอ็กชั่นเจ๋งๆอยู่มากมาย เรียกว่าคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปพอสมควรทีเดียว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *