เกม Cyberpunk 2077 จะไปไกลกว่า The Witcher 3

ชอบใจก็แชร์ก็ไลค์กันไป

ล่าสุด ทาง CD Projekt Red ผู้สร้างเกม The Witcher 3 ได้ออกมาแย้มถึงข้อมูลเกมใหม่ชื่อ Cyberpunk 2077 ซึ่งชื่อเสียงและคุณงามความดีทั้งหลายที่ค่ายนี้ได้มอบให้กับวงการเกม ทำให้นักเล่นเกมต่างจับตารอเกมใหม่นี่กันแบบใจจดใจจ่อ โดยอดัม คิซินสกี ซีอีโอของ CD Projekt Red ได้บอกว่า…

“Cyberpunk คือเกม Witcher 3 เกมใหม่ของเรา แต่มันไปไกลยิ่งกว่านั้นอีก เป้าหมายของเราคือการสร้างแฟรนไชส์ขนาดใหญ่เบิ้มกันแบบตั้งแต่รากเหง้าเลยทีเดียว เราสร้างจักรวาลใหม่ขึ้นมา จักรวาลอันล้ำยุค เราเชื่อว่ามันจะดึงดูดใจผู้เล่น ไม่เพียงแต่กับผู้เล่นเกม RPG เท่านั้น… แต่นี่คือ RPG ที่แท้จริง  มันเหมือนกับ Witcher คือสำหรับนักเล่นเกมที่เป็นผู้ใหญ่ เป็นงานที่ประณีต เต็มไปด้วยรายละเอียด และแน่นอนว่า ต้องโอเพ่นเวิลด์ ซึ่งมาพร้อมกับเกมเพลย์ที่เปิดกว้าง”

โอ้โห… เอาแบบนี้กันเลยทีเดียว

คืออธิบายให้เข้าใจกันหน่อย RPG สไตล์ฝรั่งนั้น ต่างจาก JRPG หรือของฝั่งญี่ปุ่นตรงที่ JPRG จะเน้นความเป็น “รูทีน” คือทำภารกิจเหมือนเป็นกิจวัตรประจำวัน เช่น ออกล่ามอนสเตอร์ ฟาร์มเลเวล ฯลฯ แต่ WRPG หรือของฝั่งตะวันตก แฟน RPG ระดับฮาร์ดคอร์จะชอบอะไรที่มันอิสระ เปิดกว้าง เกมเพลย์เลือกเส้นทางได้หลายๆทาง เช่น Fallout คุณจะเลือกฆ่าเป้าหมาย หรือใช้สกิลหว่านล้อมเป้าหมาย หรือใช้สกิลต่อรองกับเป้าหมาย คือทำอะไรก็ได้ที่ระบบจะเอื้ออำนวยให้ เพื่อเคลียร์เควสท์ๆหนึ่ง พูดง่ายๆคือสมกับการเป็น “เกมสวมบทบาท (Role playing-game)”

The Witcher 3 อาจไม่เป็นแบบนั้นร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มันก็มอบอิสระให้กับผู้เล่นในการเลือกเส้นทางของแต่ละเควสต์ และผลลัพธ์ก็จะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราเลือกด้วย ในขณะเดียวกันเราก็สามารถเก็บเลเวลได้ตามเกม RPG แบบปกติ เพียงแต่ไม่ต้องฟาร์มมอนสเตอร์ในจุดๆเดียวเหมือน JRPG แต่คนเล่นสามารถวิ่งสำรวจนู่นนี่นั่น ระหว่างนั้นก็สู้มอนสเตอร์ไปพลางๆ จนเลเวลขึ้นมาเองก็ได้ หรือจะทำไซด์เควสท์เพื่อให้เลเวลถึงระดับที่เราต้องการก็ได้เช่นกัน

นั่นแปลว่า Cyberpunk 2077 จะแก้ไขข้อจำกัดของ The Witcher 3 และน่าจะทำให้มันกลายเป็น RPG ในแบบที่ทั้งคนเล่นทั่วไปและนักเล่น RPG ระดับฮาร์ดคอร์ได้ ที่อดัมพูดมาว่า “เกมเพลย์แบบเปิดกว้าง (open-ended gameplay)” น่าจะมีความหมายในระดับที่คล้ายๆพวกเกมอย่าง Fallout ภาคแรกๆ หรือ Dungeon & Dragons

ไม่เพียงเท่านั้น ทางอดัม คิซินสกียังเหมือนจะเหน็บแนมค่ายที่หากินกับกาชาหรือ Loot Box ทั้งที่จ่ายตังค์เต็มราคาว่า

“นี่คือเกมที่สุดยอด อีกทั้งยังทะเยอทะยานกว่า Witcher 3 มากนัก และเราเชื่อว่าเราจะสามารถเล็งไปถึงเป้าหมายเชิงธุรกิจในระดับที่ทะเยอทะยานกว่ากันมากอีกด้วย แน่นอนว่าผู้เล่นเกมยังเป็นศูนย์กลางสำหรับเรา และการมุ่งเป้าไปที่คุณภาพ (ของเกม) ก็เป็นเป้าหมายหลักของเราด้วย”

แปลแบบภาษาของแอดมินเซนชูก็คือ เฮ้ย EA หรือไอ้พวกคุณบริษัทจอมโลภทั้งหลาย ข้าจะทำให้เกมทั้งเจ๋งและได้กำไรอื้อซ่าโดยไม่ต้องหากินกับ Loot Box เฟ้ย! เกมข้าต้องเสร็จ ไม่รีบเอาของที่ยังไม่เสร็จออกมาขายเป็นอันขาด และเมื่อคนเล่นเกมจ่ายตังค์ก็ต้องได้ของคุ้มราคา! …อะไรแบบนั้น

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *